เปิดเกมรุกต่างชาติ กลยุทธ์เร่งยอดเอพี

  

23/07/18



++โชคชัย สีนิลแท้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพัฒนาอสังหาฯ  โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมต้องอาศัยแรงซื้อจากลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่ง
จะพบว่าในช่วง 2-3 ปี กลุ่มลูกค้าต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆวิทการ จันทวิมล รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์
องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์)

 
กล่าวว่า บริษัทได้นำกลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศมาใช้มากขึ้น หลังจากสัญญาณกำลังซื้อต่างประเทศนั้นมีทิศทาง
ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และมาเลเซีย เป็นกลุ่มที่มีการซื้อจริง วางเงินดาวน์สูงถึง 25%
และไม่ประสบปัญหาทิ้งเงินดาวน์ห้องชุดในโครงการอย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงกำลังซื้อลูกค้าต่างชาติว่าอาจจะเป็น
กลุ่มที่สร้างปัญหาจากการไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในอนาคตได้ "เราเริ่มทำตลาดต่างประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดย
ผ่านเอเย่นต์ต่างชาติเข้ามาติดต่อ แต่เริ่มมาทำตลาดจริงจังในปี 2560 ที่ดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เริ่มจากไปหา
พาร์ตเนอร์จากในประเทศฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น 3 ประเทศหลักและเริ่มขยายไปยังตลาดจีน เริ่มจากการนำโครงการไลฟ์ 
สุขุมวิท 48 ไปขาย ต่อมาคือ ไลฟ์ ลาดพร้าว ไลฟ์ วันไวร์เลส และไลฟ์ อโศกพระราม 9 ซึ่ง 4 โครงการนี้ เน้นไปที่ญี่ปุ่น 
ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน จนมาที่โครงการไลฟ์ อโศกพระราม 9 ที่ไปเจาะตลาดเมืองจีนที่เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ซึ่งพบว่ายอด
ขายเพิ่มขึ้นมาในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา" วิทการ กล่าว

ทั้งนี้ สัดส่วนต่างชาติเริ่มจากต่ำกว่า 10% หรือเฉลี่ย 5-10 ยูนิต มาเป็น 25% เมื่อปี 2560 ซึ่งโครงการไลฟ์ 
ลาดพร้าว ไลฟ์ วันไวร์เลส และไลฟ์ อโศกพระราม 9 ทั้ง 3 โครงการมีสัดส่วนยอดขายต่างชาติ 25% ซึ่งจากเดิมไม่ถึง 
10% ในปี 2559 เริ่มมีพนักงานขายของทั้ง เอพีและบางกอกซิตี้สมาร์ทที่รับผิดชอบบ้านและคอนโดมือสองออกมาแนะนำ
สินค้าและโครงการให้กับลูกค้า และปี 2560 นั้นเรียกได้ว่าไปตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยหลักๆ จะใช้เอเย่นต์ราย
เดียวต่อประเทศ

"ปกติเอเย่นต์จะจัดงานเปิดตัวในโรงแรม มีการแนะนำฝั่งนักพัฒนา อสังหาฯ คนไทยว่าเป็นใคร หลักๆ จะ ลงไปใน
รายละเอียดของโครงการ มากกว่าว่ามีรูปแบบอย่างไร และภาพรวมให้เขามั่นใจว่าเวลาทำการขายเสร็จแล้วจะทำให้เขา
มั่นใจได้อย่างไร เหมือนกับการที่คนไทยจะไปลงทุนอสังหาฯ ใน ต่างประเทศอย่างในลอนดอน เราก็จะ ไม่รู้หรอกว่านัก
พัฒนาอสังหาฯ นั้นมี ใครบ้าง โครงการไหนอยู่ตรงไหน เวลานำโครงการไปขายต้องอธิบาย เริ่มจากหนึ่งต้องอธิบายถึง
ทำเล รวมไปถึงจากผลตอบแทนที่ได้ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการใหม่ในต่างประเทศ โดย
เริ่มที่ฮ่องกง ด้วยการนำ 3 โครงการไลฟ์ ลาดพร้าวแวลลีย์  ไลฟ์ อโศก ไฮพ์ และดิแอดเดรส สยาม-ราชเทวี พร้อมต่อย
อดจองออนไลน์ AP-i-Booking สู่ตลาดต่างประเทศ" วิทการ กล่าว

สำหรับการนำโครงการไปขายตลาดต่างประเทศนั้น บริษัทจะแบ่งออกเป็นชั้น เช่น นำโครงการมาขาย 2-3 ชั้นต่อ
โครงการ ปี 2558 นำโครงการมาขาย 80 ล้านบาท ขายได้หมด มาจากประเทศสิงคโปร์ที่เดียวเป็นการไปร่วมกับหลายๆ 
บริษัทที่มาร่วมออกงาน ถือเป็นการลองผิดลองถูก ปี 2559 ขายได้ 671 ล้านบาท ปี 2560 ขายได้ 4,035 ล้านบาท ปี 
2561 ตั้งเป้าขายได้ 4,450 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขในตลาดต่างชาติเฉพาะการโรดโชว์ ไม่นับรวมยอดขายต่างชาติที่เดิน
ทางหรืออยู่อาศัยในเมืองไทยเข้ามาซื้อ

ขยล ตันติชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท ผู้ดำเนินธุรกิจบ้านมือสองในเครือ เอพี (ไทยแลนด์) 
กล่าวว่า พฤติกรรมของลูกค้าต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์นั้นจะแตกต่างกัน อย่างเช่น ถ้าเป็นโซนอโศกจะ
รู้จัก แต่พอเป็นโซนลาดพร้าว

ก็จะต้องอธิบายอีกนิดนึง แต่ในทุกปีมุมมองของนักลงทุนจะรู้จักอสังหาฯ ในเมืองไทยมากขึ้น หรืออย่างญี่ปุ่นจะ
รู้จักสุขุมวิทเป็นหลัก แต่พอนอกทำเลจะต้องใช้เวลาในการอธิบายค่อนข้างยาว ซึ่งรถไฟฟ้าเป็นตัวอธิบายที่ดี ต่างชาติมี
พฤติกรรมที่เหมือนกัน คือต้องการอยู่อาศัยใกล้กับรถไฟฟ้า เนื่องจากจะเป็นตัวขับเคลื่อนราคาอสังหาฯ  ในอนาคต
"ต่างชาติจะมองว่าเมืองไทยเหมือนกับ 10 ปีที่ผ่านมาของประเทศเขาเป็นช่วงที่อุปทานบูมขึ้นมา ประกอบกับความ
ต้องการหรือดีมานด์ก็บูมขึ้นมา รองรับหมดอยู่ดี ต่างชาติก็มองว่าเดี๋ยวก็มีดีมานด์ ประกอบกับรถไฟฟ้าไปถึงทำให้เขามี
ความมั่นใจมากขึ้น"

จะเห็นได้ว่ากำลังซื้อจากต่างชาติให้ความสนใจกับตลาดเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผลตอบแทนการลงทุน
ที่ดีกว่าในประเทศตน ขณะที่ราคา คอนโดสูงกว่าในเมืองไทยหลายเท่าตัว