"ศุภาลัย" พร้อมสู้ "ฟินันซ่า" ลุยซื้อหุ้นมั่นคงเคหะการ

  

20/07/18



++นักลงทุนแห่เก็งกำไร ดันราคาพุ่ง 11%

"ศุภาลัย" ลั่นเดินหน้าตามแผนเดิม เตรียมทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ "มั่นคงเคหะการ" 24 ก.ค.นี้ หลังยอมรับว่า
ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับอีกฝั่งบ้างแล้ว ปัดให้ความเห็นเรื่องปรับราคาเทนเดอร์ หวั่นผิดหลักเกณฑ์ ก.ล.ต. 
ด้านโบรกฯ คาดอาจปรับเพิ่มราคาเทนเดอร์ฯ สูงกว่า 4.10 บาท เหตุต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีถึง 38%

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า บริษัทยังคง
ยืนยันตามนโยบายเดิมที่เคยแจ้งเอาไว้ คือการประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการของบริษัท 
มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK จำนวน 992.01 ล้านหุ้น คิดเป็น 100% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ
กิจการ ในราคาหุ้นละ 4.10 บาท คิดเป็นมูลค่า 4,067.24 ล้านบาท และยืนยันว่าจะยังยื่นคำเสนอซื้ออย่างเป็นทางการ 
ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ตามเดิม หลังจากยอมรับว่าที่ผ่านมามีการพูดคุยกับอีกฝั่งบ้างแล้ว แต่ไม่สามารถระบุออกมาได้ว่า
ผลการเจรจาจะออกมาในแนวทางไหน

อย่างไรก็ตามนายไตรเตชะขอไม่ออกความเห็นว่าจะมีการปรับราคาการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ออฟเฟอร์)
หรือไม่ จากเดิมที่ตั้งไว้ราคารับซื้อ 4.10 บาทต่อหุ้น แต่ปัจจุบันราคาหุ้น MK บนกระดานปรับตัวสูงมากกว่าราคา 
ที่ตั้งไว้มากแล้ว โดยมองว่าการให้ข้อมูลเรื่องนี้ออกไปอาจผิดหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ 
(ก.ล.ต.) ได้ จึงไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้

ขณะที่ในส่วนของประโยชน์ของการเข้าซื้อมั่นคงเคหะการนั้นมองว่ายังคงเหมือนเดิมที่เคยระบุไว้เช่นกัน ซึ่งบริษัทเคย
ระบุไว้ว่า การทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ในครั้งนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจแบบ WIN-WIN ทั้ง SPALI และ MK
เนื่องจาก MK เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ดำเนินธุรกิจที่ต่างไปจากที่ศุภาลัยดำเนินการอยู่ อาทิ คลังสินค้า ธุรกิจ
สนามกอล์ฟ เป็นต้น และมีที่ดิน Land Bank หลายแปลงอยู่ในทำเลที่ดี โดยมีต้นทุนที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับ
ราคาที่ดินในปัจจุบันและมีแนวโน้มจะพัฒนาให้เติบโตในอนาคต

อีกทั้งเป็นการขยายการลงทุนไปในทำเลหรือกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างจากโครงการของบริษัทในปัจจุบัน ด้านผู้สื่อข่าว
ได้ติดต่อนายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร SPALI ซึ่งปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ซึ่งตอบเพียงสั้นๆ ว่า
อยู่ระหว่างการประชุมตลอดทั้งวัน จึงไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า MK มีโอกาสจะถูกเก็งกำไรในระยะนี้จากประเด็นที่ 
SPALI อาจปรับเพิ่มราคาเทนเดอร์ฯ สูงกว่า 4.10 บาทได้ หากต้องการหุ้นเพิ่มเพื่อจูงใจให้มาทำเทนเดอร์ฯ
ขณะที่กลุ่มฟินันซ่าที่ถือหุ้นอยู่ประมาณ 30-35% ยืนยันไม่ขายหุ้น ส่งผลให้ที่ผ่านมา SPALI ก็ยอมลดสัดส่วน
ไม่ต้องถึง 25% ดีลการซื้อก็ไม่ล้ม ประกอบกับปกติทาง MK ต้องจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมาให้ความเห็นว่าผู้ถือหุ้น
ควรจะทำเทนเดอร์ฯ หรือไม่ ซึ่งมองเห็นว่ามีโอกาสเช่นกันที่จะแนะนำไม่ให้ทำเทนเดอร์ฯ เพราะราคาที่ทำปัจจุบัน
4.10 บาท ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 6.66 บาท ถึง 38% และเมื่อเปิดเผยมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมในการประเมินสูงกว่า
ราคาเทนเดอร์ฯ มาก จึงคาดว่าน่าจะมีการเก็งกำไร MK กันต่อ

ทั้งนี้ในความเป็นจริงมูลค่าทางบัญชีที่ 6.66 บาท ยังไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงคือยังต่ำกว่ามาก เพราะยังใช้
ราคาต้นทุนที่ดินในอดีต แต่จากที่ดินในมือ MK ประมาณ 1.1 พันไร่นั้น บางแปลงสูงกว่าต้นทุน 3-5 เท่า ซึ่งส่วน
ใหญ่ที่ดินมีทำเลที่ดีคือปทุมธานี 400 ไร่ และที่ดินใกล้สุวรรณภูมิอีก 700 ไร่ เป็นต้น

ดังนั้นจึงคาดว่าระยะนี้จะมีการเก็งกำไรหุ้น MK เพราะหากยึดตามมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น ก็สูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบันถึง
59% แล้ว แต่ในแง่ P/E ไม่ถึงกับถูกนัก Trailing P/E ใช้กำไร 4 ไตรมาสย้อนหลังเป็น 16.5 เท่า นั่นคือ MK
มีจุดเด่นด้านสินทรัพย์ที่มีค่า แต่ในแง่การทำกำไรยังไม่เด่นนัก ราคาหุ้น MK วานนี้ (19 ก.ค.) ปิดตลาดที่ 4.64 บาท
เพิ่มขึ้น 0.46 บาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 11% มูลค่าการซื้อขายรวม 311.16 ล้านบาท