รีไฟแนนซ์บ้าน “คุ้ม-ไม่คุ้ม”

  

08/04/19







เรื่องการรีไฟแนนซ์หลายคนจะรู้อยู่เเล้วว่าจะช่วยให้เราผ่อนบ้าน-คอนโดฯ น้อยลง ประหยัดค่าดอกเบี้ย และช่วยผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น เเต่รู้มั้ยว่ารีไฟแนนซ์เเต่ละครั้งสรุปแล้วมันคุ้มหรือไม่คุ้มกันเเน่! ซึ่งเรื่องคุ้มไม่คุ้มนั้นจะวัดกันได้ก็ขึ้นอยู่กับ “เงื่อนไข” อะไรบ้าง วันนี้มาไขความกระจ่างกัน!

“รีไฟแนนซ์บ้าน” จำเป็นสำหรับการกู้ซื้อบ้านมั้ย?
ตามความเป็นจริงแล้วน้อยคนมากที่กู้ซื้อบ้านแล้วจะผ่อนรวดเดียว 20 หรือ 30 ปี โดยไม่เปลี่ยนธนาคารเลย เพราะนั่นเท่ากับเรากำลังเสียโอกาสหลายๆ อย่างไป เช่น โอกาสในการกู้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ซึ่งทำให้เงินผ่อนต่อเดือนของเราลดลง ช่วยลดภาระการผ่อน ประหยัดค่าดอกเบี้ย ที่สำคัญยังช่วยให้เราผ่อนหมดเร็วขึ้นด้วย

...มาดูเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อที่จะทำให้เรารีไฟแนนซ์แล้วคุ้มค่ากันดีกว่า…

รีไฟแนนซ์ให้ประหยัด อย่างแรก "ดอกเบี้ยต้องถูกกว่า"
เเน่นอนเลยว่ารีไฟแนนซ์ทั้งทีดอกเบี้ยต้องถูกกว่าของเดิมเเน่นอน (ไม่งั้นจะรีมาทำไมล่ะ) ปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านในช่วง 1-3 ปีเเรกจะค่อนข้างต่ำ เช่น ดอกเบี้ยอัตราคงที่ หรือดอกเบี้ยกึ่งคงที่ MRR- ซึ่งช่วงนี้เขาเรียนว่าเป็นช่วงโปรฯ เเต่พอหมดโปรฯ ไปแล้ว เริ่มงานเข้าล่ะทีนี้
ดังนั้นพออัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น (หมดช่วงโปรฯ แล้ว) คราวนี้ผู้กู้ก็จะต้องรับภาระผ่อนหนักขึ้นกว่าเดิม พอผ่อนไม่ไหวก็จำเป็นต้องหาทางรีไฟแนนซ์ธนาคารใหม่เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ถูกกว่าธนาคารเดิม ยิ่งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ต่ำกว่าธนาคารเดิมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ยึดหลักง่ายๆ ว่าดอกเบี้ยใหม่ต้องต่ำกว่า 1% ขึ้นไปจึงจะทำให้การรีไฟแนนซ์ครั้งนั้นมีโอกาสช่วยให้เราประหยัดค่าดอกเบี้ยได้

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ต้องน้อยที่สุด
การรีไฟแนนซ์นั้นมีขั้นตอนไม่ต่างจากการกู้ครั้งแรก ดังนั้นก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายหลายรายการที่ต้องเสีย ทั้งค่าใช้จ่ายในการกู้และการทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน เช่น ค่าธรรมเนียมการกู้ ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง ค่าประกันภัย ฯลฯ
- ค่าธรรมเนียมการกู้หรือค่าจัดการสินเชื่อ 1,000-3,000 บาท
- ค่าประเมินหลักทรัพย์ 3,000-4,000 บาท
- ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ (สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท)
- ค่าประกันชีวิต (จะทำหรือไม่ทำก็ได้)

ดังนั้นเรื่องค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์สำคัญมาก ยิ่งถูกยิ่งดี เเละถ้าให้ดีกว่านั้นไม่มีค่าใช้จ่ายเลยดีที่สุด กรณีที่ธนาคารมีโปรฯ ด้านสินเชื่อรีไฟแนนซ์ก็อาจจะลดได้อีก หรือลดค่าใช้จ่ายฟรีให้บางอย่าง ต้องลองสำรวจโปรฯ ของเเต่ละแบงก์ด้วย

ค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนดต้องเป็นศูนย์
ค่าปรับการไถ่ถอนก่อนกำหนดหรือการรีไฟแนนซ์เปลี่ยนธนาคารเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของการรีไฟแนนซ์ เป็นปัจจัยที่จะบอกได้เลยว่ารีแล้วคุ้มไม่คุ้ม เพราะเทียบค่าใช้จ่ายส่วนนี้แล้วค่อนข้างสูงกว่าค่าใช้จ่ายอื่น
โดยทั่วไปแล้วทุกธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขนี้ไว้ในสัญญาเงินกู้เสมอ (ต้องศึกษาในสัญญาก่อนกู้ให้ดีเลย) เพราะเเต่ละธนาคารก็กำหนดเงื่อนไขไม่เหมือนกัน ทั้งระยะเวลาการไถ่ถอนเเละอัตราค่าปรับ หรือแม้แต่ธนาคารเดียวกันเงื่อนไขก็อาจแตกต่างกันได้
ยกตัวอย่างถ้ากู้ 3 ล้านบาท แล้วค่าไถ่ถอนก่อนกำหนด 3% ก็เท่ากับโดนไป 90,000 บาทแล้ว นี่ไงคือสาเหตุที่บอกว่าอัตราค่าไถ่ถอนถึงเป็นเงื่อนไขสำคัญว่าคุ้มไม่คุ้มเลย ดังนั้นถ้ารีไฟแนนซ์แล้วต้องจ่ายค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนดด้วย รีไฟแนนซ์ไปอาจไม่คุ้ม อาจจะต้อง กัดฟันรออีก 1-2 ปีกว่าที่การประหยัดค่าเงินงวดจะคุ้มกับค่าใช้จ่าย ดังนั้นอย่าลืมอ่านสัญญาให้ดีก่อนกู้ จะได้ไม่เจ็บปวดเสียใจมีหลัง!!

ที่มา : https://www.home.co.th/
ลิงค์ข้อมูล : https://www.home.co.th/hometips/detail/94431