3 ขั้นตอนรีไฟแนนซ์ให้ได้กำไรและคุ้มค่า

  

28/01/19








- ผ่อนบ้านมาตั้งหลายปีจะหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยถูกๆ แล้วแต่ไม่อยากจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทำไงดี?
- ทำไมเราต้องรีไฟแนนซ์?
- รีไฟแนนซ์ไปแล้วจะคุ้มมั้ย?

คำถามพวกนี้มักจะเกินขึ้นเมื่อเราซื้อบ้าน ผ่อนไปแล้วสัก 3-5 ปีก็หมดโปรโมชั่นของธนาคารที่ยื่นกู้มา ดอกเบี้ยต่ำๆ ถูกๆ กำลังจะหายไป ทำให้หลายคนหาวิธีประหยัดดอกเบี้ย บางคนก็เอาโบนัสที่ได้มาช่วงสิ้นปีไปโปะให้หมดไวๆ แต่เราแนะนำอีก 1 วิธี คือการรีไฟแนนซ์ กู้เงินใหม่ไปโปะหนี้ก้อนเก่า จะได้ลดการผ่อนโดยมีบ้านเดิมเป็นตัวค้ำประกัน สำคัญที่เราต้องหาเงื่อนไขการให้กู้ที่ดีกว่าเดิม เช่น ดอกเบี้ยถูกลง จำนวนผ่อนต่อเดือนลดลง ระยะเวลาผ่อนนานขึ้น ปกติแล้วการรีไฟแนนซ์จะทำได้ต่อเมื่อผ่อนบ้านไปแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 3-5 ปี



1.เปรียบเทียบเงื่อนไขของธนาคาร
สิ่งต้องดูหลักๆ คือดูดอกเบี้ยตลาด อายุสินเชื่อที่ต้องรีไฟแนนซ์ ต้องต่ำกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อที่จ่ายอยู่ประจำ รวมถึงเงินผ่อนต่องวดที่ลดลงและระยะเวลาผ่อนที่นานขึ้น เพื่อเอาไปดูว่าจะช่วยลดภาระให้เราได้มากน้อยแค่ไหน

2.เช็กค่าใช้จ่ายอื่นๆ
พูดง่ายๆ การรีไฟแนนซ์คล้ายขอสินเชื่อใหม่ เพราะฉะนั้นเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแต่ละขั้นตอน กระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการจดจำนองหลังประกัน 1% ของวงเงินกู้ การประเมินมูลค่าหลักประกัน ทำประกันอัคคีภัย ซึ่งแต่ละธนาคารจะมีข้อเสนอไม่เหมือนกันส่วนมากจะยื่นข้อเสนอฟรีค่าธรรมเนียม เพื่อโน้มน้าวจิตใจให้เราตัดสินใจรีไฟแนนซ์ด้วย และที่สำคัญคือต้องตรวจสอบเงื่อนไขการไถ่ถอนสินเชื่อจากธนาคารเดิมว่าให้รีไฟแนนซ์ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะถ้าผิดเงื่อนไขต้องจ่ายค่าปรับการไถ่ถอนก่อนกำหนด เช็กดีๆ นะคะ

3.ตัดสินใจ
เมื่อดูทุกอย่างครบ ได้ดอกเบี้ยที่ถูกสุดแล้ว วิเคราะห์ต่อเพื่อตัดสินใจโดยเอาค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาเทียบกับดอกเบี้ยทั้งหมดที่เราจะประหยัดได้ ถ้าดูแล้วคุ้มกับการรีไฟแนนซ์ก็ติดต่อธนาคารดำเนินการต่อโล้ด! แต่ถ้าอยากได้วงเงินสินเชื่อรีไฟแนนซ์สูงกว่ายอดสินเชื่อคงเหลือเดิมให้ลองยื่น 3 ธนาคารแล้วเลือกธนาคารที่ให้วงเงินสูงสุด ในเงื่อนไขการผ่อนที่ค่าธรรมเนียมใกล้เคียงกัน

ที่มา : https://www.home.co.th/
ลิงค์ข้อมูล : https://www.home.co.th/hometips/detail/94129